ความมหัศจรรย์ของ HYBS คือการเดินทางที่ถูกขีดเขียนด้วยจังหวะและความบังเอิญที่มาบรรจบกันพอดีเป๊ะ จากจุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ตั้งใจจะดัง กลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดพาความนุ่มนวลสไตล์ไทยไปไกลถึงหูคนฟังทั่วโลก จนเกิดอาณาจักรสีพาสเทลของชาว Shrimpies ที่พร้อมโยกย้ายไปตามเสียงเพลง
ย้อนเวลากลับไปในวันที่โลกทั้งใบหยุดลงเพราะการแพร่ระบาดโควิด สองเพื่อนซี้อย่างกานต์และเจมส์ที่ห่างหายกันไปนานถึง 8 ปี กลับถูกโชคชะตาเหวี่ยงมาเจอกันอีกครั้งในห้องสี่เหลี่ยมท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมและความเงียบเชียบของช่วงล็อกดาวน์ ทั้งคู่หยิบเครื่องดนตรีขึ้นมาฆ่าเวลา แต่การทำเล่นๆ นั้นกลายเป็นเมโลดี้พาสเทลที่ลงตัวอย่างน่าประหลาด
ก่อนที่โลกจะรู้จักความนุ่มละมุนในแบบฉบับวงกุ้ง กานต์และเจมส์ต่างก็มี “ของดี” ที่บ่มเพาะมานานในวงการบันเทิง และเมื่อสกิลดนตรีระดับตัวตึงมาเจอกับรสนิยมสุดเท่ ผลที่ได้จึงกลายเป็นเพลงที่ติดหู กลมกล่อม และนุ่มลึกเหมือนกาแฟใส่นมชั้นดี
HYBS ประวัติคู่หูดูโอ้ก่อนรวมตัวกัน
|
กานต์ – กษิดิ์เดช หงลดารมภ์
|
เจมส์ – อลิน วี
|
|---|
ทำไมต้องกุ้ง ชื่อวงสุดกวน HYBS มาจากคำว่า “Have You Been Shrimp?” แปลไทยคือ “เคยเป็นกุ้งไหม” ตอนนั้นทั้งคู่กำลังอินกับมุกตลกไทยที่เล่นคำว่า “เคยเป็นกุ้ง” เพราะว่ากะปิทำมาจากตัวเคยที่หน้าตาคล้ายกุ้งฝอย เลยกลายเป็นคำถามชวนงงว่า “แล้วไอ้ตัวเคยเนี่ย… มันเคยเป็นกุ้งหรือเปล่า”
ทั้งคู่ยังให้สัมภาษณ์ว่าการย่อเป็น HYBS (ไฮบ์ส) นั้นฟังดูเท่ดีเหมือนผสมคำว่า Vibes + Hype ที่สื่อถึงสไตล์ดนตรีและการเป็นตัวเองได้ดีด้วย จึงกลายเป็นไอคอนของวงและชื่อแฟนคลับที่เรียกว่าชาวกุ้งหรือ Shrimpies นั่นเอง
เสน่ห์ของ HYBS คงหนีไม่พ้นคำว่า Vibe เพราะสไตล์ดนตรีคือพื้นที่พักใจและสร้างสภาวะทิ้งตัวให้กับคนฟัง ถ้าเปรียบแนวดนตรีเป็นเครื่องดื่มก็คงเป็นค็อกเทลแก้วพิเศษที่ Mix & Match อย่างพิถีพิถัน ด้วยการหยิบเอาความวินเทจของ City Pop มาปัดฝุ่นใหม่ ผสมเข้ากับจังหวะ Groove แบบ R&B ที่นุ่มลึก จนกลายเป็นซาวด์ที่นุ่มละมุนแบบ Mellow ชวนเคลิบเคลิ้ม
เสน่ห์ไม้ตายที่ทำให้ HYBS เข้าไปนั่งกลางใจชาวต่างชาติได้แบบไม่ต้องพยายาม คือการเลือกเนื้อเพลงภาษาอังกฤษที่ไม่ได้ใช้ศัพท์แสงแต่หยิบเอาโมเมนต์ธรรมดามาทำให้เป็นเรื่องพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นความเหงาจางๆ ในห้องตอนดึก การจ้องหน้าจอรอสายจากใครบางคน หรือฟีลลิ่งอยากสตาร์ทรถออกไปรับลมแก้เบื่อ Simple but Deep นี้คือภาษาสากลที่ทุกคนต่างรู้สึกร่วมกัน
ถ้าจะบอกว่า HYBS คือนิทรรศการศิลปะที่เคลื่อนไหวได้ก็คงไม่ผิด เพราะวงนี้เสิร์ฟ Music + Art Piece สุดประณีตที่สะกดคนดูได้ตั้งแต่เฟรมแรก ด้วยการเอาความทรงจำยุค 90s ผ่านแฟชั่นวินเทจมาแมตช์เข้ากับคู่สีพาสเทลที่ดูแล้วสบายตา ผสมกับมิวสิควิดีโอที่จัดวางอย่างละเมียดละไมเหมือนหลุดเข้าไปในงานศิลปะที่ทั้งเท่แบบคนรุ่นใหม่และอบอุ่นเหมือนแสงแดดยามเช้า
จากซิงเกิลแรกที่ปล่อยออกมาแบบไม่คิดอะไรสู่เพลย์ลิสต์ที่ต้องกดเล่นวนไป HYBS ไม่เคยหยุดเสิร์ฟความฟิน แต่รังสรรค์ตัวตนผ่านตัวโน้ตจนกลายเป็นดนตรีที่ใครได้ชิมเป็นต้องเสพติดความละมุนนี้เข้าอย่างจัง
อัลบั้มเต็มชุดแรกคืออาหารจานหลักที่อัดแน่นความฝันและบรรยากาศสีพาสเทลไว้ในรูปแบบของเสียงเพลง ทุกแทร็กคือความลงตัวที่ปรุงมาแบบกำลังดี กลมกล่อม และไม่จืดชืดเกินไป
“Ride” จังหวะกรูฟและเพลงแนว Synth-Pop นวลๆ ที่ปล่อยให้เราล่องลอยไปกับแสงไฟข้างทาง เหมาะกับตอนขับรถเลียบหาด หรือช่วงเวลาที่อยากหนีความวุ่นวายไปรับลมเย็นๆ
Please don’t you go, I’ll be alone, wait until the morning, ride until it’s dawning… ♬
“Dancing with my Phone” บทเพลงที่ทัชใจด้วยฟีลลิ่ง Bedroom Pop ที่ผสมความเหงาเข้ากับความโรแมนติก เหมาะกับคืนที่นอนไม่หลับแล้วไถหน้าจอรอใครบางคน
Dancing I’m all alone, figuring out how I can get you home… ♬
“Killer” เพลงที่โชว์เสน่ห์ความขี้เล่นในจังหวะ Funk-Pop ได้อย่างแสบสัน ด้วยไลน์เบสที่หนึบหนับสไตล์ Nu-Disco เหมาะกับปาร์ตี้เล็กๆ หรือวันที่อยากแต่งตัวเท่ๆ ออกไปเดินเล่นสยาม
Baby, you were born as a killer, when you call me, babe, you’re never alone… ♬
อัลบั้มนี้คือเครื่องเคียงชั้นเลิศที่มีมิติมากกว่าเดิม เป็นการปล่อยของที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตทางดนตรีอย่างก้าวกระโดด ด้วยการทดลองกับซาวด์ที่นิ่งขึ้น ลึกขึ้น แต่ยังไม่ทิ้งลายความนวล
“Tip Toe” จังหวะขี้เล่นสไตล์ R&B/Pop อบอวลไปด้วยมวลความรักแบบเขินๆ กับดนตรีที่มีความหนึบหนับของไลน์เบส เหมาะกับตอนกำลังแต่งตัวเตรียมไปเดทหรือบรรยากาศ Pink Vibe
I’ll be putting on a suit, be tip toeing to you, if you’re down for it… ♬
“Would You Mind” ซาวด์ Lo-Fi Chill สะท้อนความเหงาที่แสนโรแมนติกผ่านทำนองที่เนิบช้าแต่บาดลึก เหมาะกับบ่ายวันอาทิตย์ที่ฝนตกพรำๆ หรือการนั่งเหม่อมองท้องฟ้าผ่านหน้าต่าง
You know if I could fly, I’d fly to your window, wouldn’t mind it if I get to call you my home… ♬
“Prettiest To Me” นิยามของความงามฉบับ Indie-Soul มอบพลังบวกและคำชมที่หวานหยดผ่านเมโลดี้ที่ฟังสบายที่สุด เหมาะจะส่งให้คนพิเศษฟังแทนความรู้สึกในใจ
Oh, It’s too good to be true, I’m madly in love with you… ♬
ความสำเร็จของ HYBS คือยอดสตรีมรวมบน Spotify ที่พุ่งทะลุทะลวงกว่า 800 ล้านครั้ง ยอดผู้ฟังรายเดือนที่ไต่ไปสูงถึงหลายล้านคน และฐานแฟนคลับชาวกุ้งที่พากันร้องตามจนดังกระหึ่ม โดยเฉพาะจาการ์ตา มะนิลา ไทเป และโซล ที่กลายเป็นเพลย์ลิสต์ของเหล่าวัยรุ่นเทสดี
ความฮอตยังลามไปถึงเวทีคอนเสิร์ตใหญ่ที่บัตร Sold Out ในพริบตา ไม่ว่าจะเป็นทัวร์เดี่ยวที่ไต้หวันและเกาหลี หรือการได้รับเชิญให้ไปเสิร์ฟความละมุนบนเวทีระดับอินเตอร์อย่าง Wanderland (PH), Head in the Clouds (CN) และ VERY Festival (TH) แถมยังร่วมสร้าง Vibe สมัยใหม่ที่ทั้งละมุน ชิล เท่ และจัดจ้าน ด้วยการคอลแลปกับศิลปินแถวหน้าของเอเชียตั้งแต่ GANGGA (ID), brb. (SG), SIRUP (JP) ไปจนถึงไอคอนอย่าง Phum Viphurit (TH)
HYBS แยกวงและประกาศยุติบทบาทในจังหวะที่สวยงามที่สุด เจมส์และกานต์เลือกเก็บความทรงจำดีๆ เป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายให้ชาวกุ้งด้วย Well Done Concert ก่อนจะแยกย้ายกันไปเติบโตในเส้นทางที่ตัวเองฝันไว้
HYBS จะยังคงเป็นรสชาติเพลงที่โลกโหยหาและเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินอิสระรู้ว่า… การเป็นตัวเองอย่างเต็มที่ ก็ดังไกลระดับโลกได้อย่างสง่างาม